Members of Learning Innovation Technology Lab

 

 

 

 

Research Interest:

  • Information Hiding
  • Steganography

Published papers:

  • กตัญญู กลับสุวรรณ์ และ สุรศักดิ์ มังสิงห์. “ความปลอดภัยและการซ่อนข้อมูลดิจิตอลบนแผนที่ แบบวิดีโอสามมิติ ภาพเคลื่อนไหวเสมือนจริง. ศรีนครินทรวิโรฒวิชาการ, กุมภาพันธ์ 2551.
  • Katanyoo Klubsuwan, Surasak Mungsing, "Digital Data Security and Hiding on Virtual Reality VDO 3DGIS-Map, " International Conference on Educational Leadership in Cultutral Diversity and Globalization,Phuket, Thailand, 9 April 2008.
  • Katanyoo Klubsuwan, Surasak Mungsing, "Digital Data Security and Hiding on Virtual Reality VDO 3DGIS-Map for Emerging Assistive & Rehabilitative Technology," The 4th International Conference on Management of Innovation and Technology (ICNIT2008), IEEE http://www/icnit2008.org, 21-24 September, 2008.
  • Katanyoo Klubsuwan, Surasak Mungsing, "Digital Data Security and Hiding on Virtual Reality Video 3D GIS," International Journal of Management Science and Engineering Management, Vol. 4 (2009) No. 3, pp. 163-176..

รางวัลทีได้รับ:

นักศึกษาดีเด่น ประเภทวิทยานิพนธ์ดีเด่นระดับปริญญาเอก กลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประจำปี 2554 สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย

  Dissertation Title: การฝังซ่อนข้อมูลในสื่อวิดีโอรอบทิศทางร่วมกับระบบภูมิสารสนเทศ แบบสเตกาโนกราฟีโดยใช้หลายชุดข้อมูลและหลายกุญแจรหัส (Information Hiding based on Steganograpy Using Multiple Sets of Information with Multiple Keys Embedding Method on Oni-Didectional Geospatial Video)
  Advisor: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรศักดิ์ มังสิงห์
 

บทคัดย่อ

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านการวิจัย การพัฒนาและผลิตสื่อที่เป็นดิจิทัลเป็นไปอย่างรวดเร็ว สื่อดิจิทัลประเภทวิดีโอรอบทิศทาง 360 องศา เป็นสื่อใหม่และเป็นที่น่าสนใจในปัจจุบันและอนาคต เมื่อนำมาใช้งานร่วมกับระบบแผนที่ภูมิสารสนเทศแล้วจะเป็นสื่อที่นำไปใช้งานได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น เพราะมีพิกัดภูมิศาสตร์สารสนเทศที่มีความสัมพันธ์กับตำแหน่งภาคพื้นผิวโลก และสามารถดูภาพตำแหน่งนั้นได้อย่างสมจริง สื่อดังกล่าวนี้มีขนาดใหญ่จึงเหมาะที่จะนำไปใช้ในการฝังซ่อนข้อมูลที่มีปริมาณมากๆ
เทคนิคที่ใช้ในการส่งข่าวสารอย่างลับโดยที่ผู้อื่นไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่าได้มีการป้อนข่าวสารไว้ในสูตรต้นฉบับเพื่อส่งให้กับผู้รับที่เจาะจงเรียกว่า “สเตกาโนกราฟี” ( Steganography) งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาและพัฒนาเทคนิคการฝังซ่อนข้อมูลลงในสื่อข้อมูลดิจิทัล ประเภทสื่อวีดีโอรอบทิศทาง 360 องศาที่ทำงานร่วมกับระบบแผนที่ภูมิสารสนเทศเป็นสิ่งต้นฉบับ ตามหลักการของสเตกาโนกราฟี เพื่อฝังซ่อนข้อมูลแบบหลายชุดข้อมูลด้วยหลายกุญแจรหัส หรือ MiMKE (Multiple Sets of Information with Multiple Keys Embedding) ลงในสื่อต้นฉบับ ซึ่งเป็นเทคนิคใหม่ในการเพิ่มระดับความสามารถในการปกป้องข้อมูลจากเดิมที่ทำได้เพียงชุดเดียวเดียวด้วยกุญแจรหัสเดียว วิธีการของ MiMKE ทำให้สามารถแยกกลุ่มข้อมูลและควบคุมระดับการเข้าถึงข้อมูลในแต่ละชุดที่ถูกฝังซ่อนอยู่ในสื่อต้นฉบับเดียวกัน การศึกษาวิจัยครั้งนี้ได้ครอบคลุมถึงการนำสื่อต้นฉบับที่ถูกฝังซ่อนไปแล้วกลับมาใช้ฝังข้อมูลเพิ่มเติมอีกจนกว่าจะเต็มพื้นที่ในส่วนที่ยอมให้ใช้ฝังซ่อนข้อมูลได้ รวมถึงผลกระทบด้านคุณภาพของสื่อต้นฉบับที่ใช้ในการฝังซ่อนข้อมูลด้วย
ผลการศึกษาวิจัยพบว่า 1) การทำงานร่วมกันระหว่างสื่อว่าสื่อวีดีโอรอบทิศทาง 360 องศากับระบบแผนที่พิกัดภูมิสารสนเทศทำได้โดยการเก็บข้อมูลพิกัดภูมิศาสตร์ประเทศ ณ ตำแหน่งกล้องไว้ในแฟ้มข้อมูลแล้วทำการเชื่อมโยงข้อมูลพิกัดนี้เข้ากับข้อมูลเวลาของแต่ละกลุ่มย่อยในวิดีโอ จึงทำให้ทราบตำแหน่งพิกัดภูมิสารสนเทศของแต่ละเฟรมได้ จึงสามารถแสดงผลในแผนที่ภูมิสารสนเทศได้อย่างถูกต้อง และสามารถควบคุมตำแหน่งที่ต้องการได้ทั้งจากวีดีโอและจากแผนที่  2) การเข้ารหัสข้อมูลก่อนการฝังซ่อนช่วยเพิ่มความสามารถการปกปิดข้อมูลอีกขั้นหนึ่งเนื่องจากในการที่จะทราบข้อมูลที่แท้จริงจะต้องใช้กุญแจรหัสหลายชุดคือชุดกุญแจรหัสในการเข้าถึงแต่ละชุดข้อมูลและกุญแจรหัสสำหรับถอดรหัสข้อมูล   3) การค้นหาตำแหน่งสำหรับฝังซ่อนแบบสุ่มตำแหน่งของแต่ละเฟรมและพิกเซลที่ใช้ในเทคนิคการฝังข้อมูลแบบ MiMKE เป็นการเสริมความแข็งแรงในการปกปิดข้อมูลที่ฝังซ่อนและยากต่อผู้ไม่มีสิทธิ์เป็นการเข้าถึงข้อมูลนั้น  4) สื่อต้นฉบับที่ได้มีการฝังซ่อนข้อมูลไว้บ้างแล้วสามารถนำมาใช้ฝังซ่อนข้อมูลเพิ่มได้อีก หากตรวจสอบแล้วพบว่ายังมีพื้นที่สำหรับการฝังซ่อนข้อมูลเหลืออยู่ โดยที่ข้อมูลเดิมก็ยังคงอยู่ การฝังซ่อนเพิ่มเติมสามารถทำได้เรื่อยๆจนกว่าจะเต็มพื้นที่ในส่วนที่ยอมให้ใช้ข้อมูลได้

 

 

ABSTRACT

Due to the advancement of digital information technology research and development, production of digital media can be quickly produced. Digital media in the form of Omni-directional 360-degree surround video is new media of interest at present and, certainly, in the future. When using in conjunction with GIS mapping systems, the media can be more widely used because there are geospatial coordinates of the earth's surface associate with it. In addition, the media can be viewed as a surrounded 360-degree video at a specified virtual location. The size of this type of media is rather large, so it is suitable cover media for embedding large amount of information. The technique for sending information secretly to a receiver, in such a way that nobody knows or realizes that there is information hidden in a cover media and sent to its intended receiver, is known as ;Steganography=. This research investigated information hiding techniques on a cover media, in the form of Omni-directional 360-degree surround video that works in conjunction with GIS mapping systems, A proposed information technique called MiMKE (Multiple Sets of Information with Multiple Keys Embedding), which is the enhancement version over the existing single-key information hiding technique was introduced. MiMKE allows separation of information sets with multiple-layer access control of hidden information in the cover media. The investigation covers the reuse of cover media for additional information hiding, including the cover media quality effects, before and after information embedding. The research found that: 1) Collaboration between the Omni-directional 360-degree surround video with GIS mapping system could be accomplished by coordinating geospatial data from the GPS device and the position of a camera, and then link this information to the time of the coordinates and the time of each frame of the video. So that the position (Coordinates) of each video frame can be correctly displayed on the GIS map. The position control can be manipulated from the video and map. 2) Encrypting information before embedding into a cover media helped enhancing security of hidden information on the cover media because the processes of getting and understanding require both sets of embedding keys and sets of decryption keys. 3) Randomizing technique, used in MiMKE, for selecting embedding positions, helped strengthen the information hiding technique by concealing the locations of each frame and pixels, which makes it more difficult for unauthorized persons to access the hidden information. 4) The cover media can be used for additional embedding if some free area is available, while maintaining the previous hidden information, until no more area available or allowed for more information embedding.