อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์  ดร.กิตติมา เมฆาบัญชากิต
นักศึษา ขัตติยา แถวโสภา ยั่งยืนสำเร็จการศึกษาหลักสูตร Ph.D.IT. ในปีการศึกษา 2555ปัจจุบัน ทำงานเป็นอาจารย์ประจำ มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต และเป็นหัวหน้าภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิตก่อนเข้าศึกษาปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทสาขาโครงข่ายโทรคมนาคม มหาวิทยาลัยรังสิต
ดุษฎีนิพนธ์เรื่อง“รูปแบบการพัฒนาทรัพยาการการเรียนรู้เพื่อการวัดความสามารถการใช้ซ้ำบนพื้นฐานอีเลิร์นนิงมาชัวริตี้โมเดล” (An Assessment Model for Developing Course Materials towards Reuse Evaluation based on e-Learning Maturity Model Framework)
งานวิจัยนี้เป็นการบริหารจัดการและการพัฒนาอีเลิร์นนิงมีการจัดเก็บทรัพยากรต่างๆ ในสภาพแวดล้อมของคลังจัดเก็บกลางที่สามารถให้บริการแก่นักพัฒนาหลักสูตร และผู้เชี่ยวชาญเนื้อหา (รวมถึงผู้สอน) ให้ทั่วทั้งสถาบบันการศึกษาหนึ่งๆ เพื่อให้มีการใช้ซ้ำ และดัดแปลงเพื่อสร้างเนื้อหาใหม่ได้อีก (reuse and repurpose) แนวคิดนี้จะช่วยลดความซ้ำซ้อนในการพัฒนาและช่วยให้การประกอบ (assembly) ชิ้นส่วนของเนื้อหาอีเลิร์นนิงที่ดัดแปลงทำได้รวดเร็วขึ้น ทั้งความสามารถการใช้ซ้ำยังมีผลต่อประสิทธิผลด้านต้นทุนอีกด้วย ความพยายามในการสร้างและติดตามการใช้บทเรียนเชิงวัตถุที่สามารถใช้ซ้ำ หรือ RLO (Reusable Learning Object) บนระบบ LMS เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการลดความซ้ำซ้อนในกระบวนการพัฒนาเนื้อหาอีเลิร์นิงเท่านั้น งานวิจัยนี้มีเป้าหมายในการวัดผลการใช้ซ้ำของเนื้อหาทุกชนิดที่ผลิตขึ้นในกระบวนการอีเลิร์นนิง โดยอาศัยกรอบแนวคิดวุฒิภาวะอีเลิร์นนิง หรือ eMM ซึ่งสามารถช่วยในการปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่องในทุกกระบวนการอีเลิร์นนิงไม่เพียงแต่กระบวนการพัฒนาและการส่งมอบบทเรียน (Delivery)
การวิจัยครั้งนี้ศึกษาสภาพแวดล้อมเลิร์นนิงตามข้อกำหนด SCORM สถาปัตยกรรมของทรัพยากรการเรียนรู้เชิงวัตถุที่สามารถนำกลับมาใซ้ซ้ำได้ อีเลิร์นนิงไลฟ์ไซเคิล (e-Learning Life Cycle) รวมทั้งแนวทางต่างๆ ของการวัดผลการใช้ซ้ำ และได้ทดลองพัฒนาบทเรียนอีเลิร์นนิงสำหรับวิชาโครงสร้างข้อมูลและอัลกอริธึมของสองหลักสูตร เป็นกรณีศึกษาของการใช้เนื้อหาบทเรียนซ้ำ การพัฒนาเนื้อหาเพื่อการใช้ซ้ำจำเป็นต้องติดตามและตวจสอบความถูกต้องและเหมาะสมภายในอีเลิร์นนิงไลฟ์ไซเคิล ผลของการทดลองแสดงให้เห็นถึงกระบวนการออกแบบบทเรียนเพื่อการใช้ซ้ำ และเครื่องมือที่จำเป็น ในอีเลิร์นนิงไลฟ์ไซเคิล เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองครั้งนี้ คือ ระบบ LMS ชนิด Moodle v.1.3.1, โปรแกรม ReLOAD v.2.5.5 สำหรับการสร้าง RLO และโปรแกรม Protégé v.3.4.4 สำหรับการวางแผนการใช้ซ้ำ
งานวิจัยได้วิเคราะห์เนื้อหาของปัจจัย เพื่อค้นหาปัจจัยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้ซ้ำของเลิร์นนิงอ๊อบเจกต์และเอกสารต่างๆ ในกระบวนงานต่างๆทั้ง 5 มิติ (Dimension) ตามแนวคิดของ eMM เวอร์ชั่น 2.3 การวิเคราะห์นี้ใช้วิธีกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้กลั่นกรองและตรวจสอบความถูกต้อง ผลของการวิเคราะห์ พบว่า มีปัจจัยใน 3 มิติ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้ซ้ำ คือ มิติด้านการเรียนรู้ มิติด้านการพัฒนา และ มิติด้านองค์กร (O1, O5, O9) มิติด้านการเรียนรู้ (L2-L5) มีปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับกลไกของการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนและผู้เรียน การพัฒนาทักษะอีเลิร์นนิงของผู้เรียน การวางแผนการสอน และการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ของการเรียนรู้ ส่วนมิติด้านการพัฒนา (D7) มีปัจจัยที่สำคัญ คือ การออกแบบและจัดการแหล่งข้อมูลอีเลิร์นนิงที่มีการใช้ซ้ำ และมิติด้านองค์กร (O1, O5, O9) มีปัจจัยด้านหลักเกณฑ์ที่ส่งผลต่อการจัดสรรทรัพยากรของการออกแบบและการส่งมอบอีเลิร์นนิง และการมีกลยุทธ์ แผนพัฒนา และมีแผนปฏิบัติการเกี่ยวกับการใช้ซ้ำ
ผลลัพธ์สูงสุดของการวิจัยนี้ คือ รูปแบบการประเมินการใช้ซ้ำในกระบวนการอีเลิร์นนิงตามกรอบแนวคิด eMM พร้อมทั้งมีแบบประเมินผลการใช้ซ้ำซึ่งประกอบด้วย 69 ข้อคำถามใน 3 มิติของการวัดวุฒิภาวะอีเลิร์นนิงในด้านความสามารถของการใช้ซ้ำของสถาบันการศึกษา รูปแบบการประเมินที่เสนอในงานวิจัยนี้สามารถจะนำไปใช้ในการติดตามเพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพของการบริหารจัดการและการพัฒนาอีเลิร์นนิงได้อย่างมีเป้าหมายได้มากขึ้นในด้านการใช้ซ้ำ

 

การตีพิมพ์เผยแพร่

 

 

การนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์